สำหรับสมาชิก

อีเมล์
รหัสผ่าน
   
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย
เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร
ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2546
โดยกลุ่มคนที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนา
เครือข่ายอินเทอร์เน็ตยุคบุกเบิกของไทย

วีดีโอเรื่อง : อินเทอร์เน็ตสร้างสรรค์


ร่วมบริจาคเพื่อสนับสนุนกิจกรรม
และการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ได้โดย
o เช็ค สั่งจ่าย ”มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย” หรือ
o โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์
ธนาคารกสิกรไทย
สาขาถนนรางน้ำ
ชื่อบัญชี “มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย”
เลขที่บัญชี 052-2-773921

สนับสนุนโครงการ hotline
โอนเงินเข้าธนาคารกรุงศรีอยุธยา
สาขาย่อยไทยซัมมิท ทาวเวอร์
เลขที่บัญชี 493-1-02722-0
ชื่อบัญชี มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย (สายด่วนแจ้งเหตุ)

มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย
อาคารศุภาคาร ห้อง 3c15 ถนนเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร
เขตคลองสาน กรุงเทพ 10600
โทรศัพท์ : 02-8601358
โทรสาร : 02-8603437
มือถือ : 080-0516556, 089-4934893







เวทีเสวนา E-Sports: เกม กีฬา ธุรกิจ เด็กและเยาวชนไทย?

           เวทีเสวนา E-Sports: เกม กีฬา ธุรกิจ เด็กและเยาวชนไทย? (เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560) มีประเด็นน่าสนใจสำหรับพ่อแม่ที่มีลูกยังเล็ก หรือพ่อแม่ที่กำลังเผชิญกับปัญหาลูกคลั่งไคล้เกม
          -เด็กเล็ก ต่ำกว่า 3 ขวบ ไม่ควรให้เล่นเกมเลย
          -เด็กทุกคนที่เล่นเกม มีความเสี่ยงที่จะติดเกม
          -พ่อแม่ทุกคน ควรรู้เรื่อง 3 ต้อง 3 ใหม่


     นี่คือคำแนะนำที่ชัดเจนจากคุณหมอ นพ. ยงยุทธ์ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ หนึ่งในวิทยากร วันนั้น

     การเล่นเกมออนไลน์หรือออฟไลน์ เป็นข้อห้ามเด็ดขาดในเด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบ แต่พ่อแม่ไม่ค่อยตระหนักในเรื่องนี้ เมื่อไหร่ที่อยากให้ลูกหยุดนิ่ง ก็ให้เล่นเกม ทั้งที่เป็นข้อห้ามในเรื่องพัฒนาการเด็กและการเลี้ยงดูเด็ก เมื่อเด็กโตขึ้นก็ยังต้องดูแลควบคุมเรื่องเวลา ซึ่งเป็นบันไดขั้นแรกของความเสี่ยงที่จะติดเกม เด็กเล็กไม่ควรเล่นเกมเกินครั้งละ ½-1 ชม. และควรใช้เกมการศึกษาที่ออกแบบมาสำหรับเด็กเล็ก เท่านั้น

     การเล่นเกมที่เหมาะสมที่จะไม่นำไปสู่การติดเกม มีหลักการ 3 ต้อง 3 ไม่ ที่พ่อแม่ควรรู้ ดังนี้

          3 ต้อง คือ ต้องจำกัดเวลาในการเล่นเกม ต้องเลือกโปรแกรมที่ลูกเล่นได้ ต้องเล่นกับลูก
         3 ไม่ คือ ไม่เล่นในห้องนอนหรือก่อนนอน ไม่เล่นในเวลาครอบครัว และพ่อแม่ไม่เป็นตัวอย่างที่ผิด

     ถ้ามี 3 ต้อง 3 ไม่ และสร้างวัฒนธรรมการใช้งานออนไลน์อย่างเหมาะสม ทั้งในเชิงหาความรู้และหาความสนุกสนานอย่างเหมาะสม เราก็จะไม่ต้องห่วงเรื่องการเล่นเกมและออนไลน์ของลูก

     สำหรับการแก้ปัญหาการเสพสื่อออนไลน์ของไทยนั้น หมอเห็นว่า 3 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงดูเด็กและเกี่ยวข้องกับพ่อแม่มากที่สุด จึงต้องมีความตระหนักและทำให้พ่อแม่สามารถดูแลลูกได้อย่างถูกต้องแต่เนิ่นๆ และจะต้องมีบริการเมื่อเกิดปัญหา สามารถแก้ไขปัญหา และไม่สร้างสิ่งแวดล้อมที่เป็นปัญหา เช่น ไม่โปรโมทให้เข้าใจว่าการเล่นเกมเป็นอีสปอร์ต เพราะอาจจะทำให้คนเล่นเกมใช้เป็นข้ออ้างในการเล่นเกมมากขึ้นแล้วทำให้ติดเกมมากขึ้น

     ส่วน อีสปอร์ต (E-Sport) นั้น เป็นคำที่พัฒนาโดยภาคธุรกิจทางด้านนี้ ไม่ใช่คำที่มาจากฝั่งนักวิชาการ ดังนั้นจึงควรทบทวนให้ดีก่อนส่งเสริมเกมอิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นเกมกีฬา เนื่องจากบ้านเรามีปัญหาพ่อแม่เลี้ยงดูลูกและปัญหาเด็กติดเกมทั้งออนไลน์และออฟไลน์มากอยู่แล้ว การเล่นเกมมากๆ มีปัญหาต่อพัฒนาการของเด็ก เช่น ในเด็กปฐมวัย จะทำให้สมาธิสั้น การเรียนรู้เสีย ทักษะทางสังคมเสีย ในเด็กที่โตขึ้นมาหน่อย เด็กอยู่ในวัยเรียน จะทำให้เสียสุขภาพ ติดเกม ติดความรุนแรง เสียวินัย และอาจเสียการเรียน ในเด็กวัยรุ่น จะมีปัญหาเรื่องเพศ ค่านิยมการบริโภค การล่อลวง การติดอินเทอร์เน็ต การกลั่นแกล้งกันทางอินเทอร์เน็ต ฯลฯ

     เกมอิเล็กทรอนิกส์ ทุกเกม ไม่ใช่ว่าจะเป็น อีสปอร์ต เกมอีสปอร์ตจะต้องเป็นการแข่งขันต่อสู้ระหว่าง 2 ฝ่ายขึ้นไปเพื่อหาผู้ชนะ จบเป็นรอบ ไม่ต้องซื้อของอะไรในเกม

     คนเล่นเกมทุกคน ไม่ใช่นักกีฬาอีสปอร์ต นักกีฬาแต่ละประเภทมักจะมีช่วงอายุที่เหมาะสมและต้องมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง มีตารางการฝึกซ้อม มีการเก็บตัวฝึกซ้อม และในระดับแข่งขันอาชีพอาจมีสปอนเซอร์ มีเงินเดือน และมีชื่อเสียงมีรายได้จากเงินรางวัลการแข่งขัน

     แต่คนเล่นเกมที่พัฒนาเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตระดับอาชีพ ระดับแช็มเปี้ยน มีรายได้มากๆ นั้นมีจำนวนน้อยมาก ในขณะที่คนจำนวนมากเล่นเกมแล้วติดเกม นักกีฬาอีสปอร์ตระดับอาชีพที่ประสบความสำเร็จจะมีช่วงชีวิตแบบนั้นเพียง 4-5 ปี ก็ต้องลงให้เด็กรุ่นใหม่ที่ขึ้นมาแทน ด้วยกีฬาประเภทนี้ต้องอาศัยความว่องไวบนหน้าจอ สายตาและนิ้วมือในการกดบังคับเมาส์ จอยสติ๊ก และคีย์บอร์ด

     การส่งเสริมเกมอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกมกีฬาหรืออีสปอร์ต จึงควรจะต้องมีงานศึกษาวิจัยรองรับ มีการกำหนดขอบเขตและกติกาที่ชัดเจน และสากลยอมรับ เพื่อไม่ให้สังคมเข้าใจว่าการเล่นเกมออนไลน์หรือการเล่นเกมอิเล็กทรอนิกส์คืออีสปอร์ตเป็นการเล่นกีฬาอย่างหนึ่ง เล่นแล้วจะมีผลดีต่อสุขภาพ เลยชักชวนกันมาเล่นกีฬาชนิดนี้มากขึ้น หักโหมเล่นทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่หากไม่มีข้อกำหนดหรือข้อแนะนำใดๆ ก็จะกลายเป็นปัญหาติดเกมกันมากขึ้น

     ในขณะที่เว็บไซต์รวมทุกทางออกของปัญหาติดเกม www.healthygamer.net ของ คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราช ชี้ว่า การเล่นเกมนานๆ ทุกวัน สายตาจะสั้นลงเรื่อยๆ จอประสาทตาเสื่อมลงเรื่อยๆ อาจถึงขั้นตาบอดถาวรตอนโตเป็นผู้ใหญ่ กระดูกต้นคอเสื่อมลงเร็วกว่าปกติจากการก้มหน้านานๆ ขยับนิ้วบ่อยๆ ทำให้นิ้วล็อก ต้องไปผ่าตัด เด็กบางคนอ้วนขึ้นมากเพราะนั่งเล่นไปกินไป ไม่ได้ลุกไปออกกำลังกายทางกายภาพ เด็กบางคนตัวเตี้ยเพราะชอบเล่นเกมก่อนเข้านอนทำให้ growth hormone หยุดหลั่ง

     การติดเกม ทำให้ สมองส่วนอยาก ทำงานมากผิดปกติ กลายเป็นคนใจร้อน หุนหันพลันแล่น รอคอยอะไรนานไม่ได้ ขาดความยับยั้งชั่งใจ คุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ บางคนก้าวร้าว ใช้ความรุนแรงบ่อยๆ กับครอบครัวและคนใกล้ชิด บางคนถึงขั้นมีอาการหลอน หลงผิดจากความเป็นจริง แบบนี้เรียกว่า โรคจิต

     ติดเกมแล้ว สมองส่วนคิด จะทำงานลดลงผิดปกติ ทำให้ความฉลาดในการเรียนรู้ทางวิชาการ ลดลงเรื่อยๆ อาการแรกเริ่มคือ เสียสมาธิ จดจ่ออะไรไม่ได้นาน คิดเลขช้าลง คิดตามเหตุผลไม่ได้ หลงๆ ลืมๆ สะเพร่าบ่อยๆ เรียนไม่ทันเพื่อน ผลการเรียนแย่ลงเรื่อยๆ


 เมื่อ : 23 มี.ค. 2560 เวลา 07:09:03 น.    เข้าชม : 189 ครั้ง

 

<< ย้อนกลับ